Search
  • worachat

สังเกตสารอันตรายในครีมต้นเหตุหน้าพัง

Updated: Feb 4, 2019


ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เบำรุงผิวออกมามากมายทั้งในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ มีทั้งยี่ห้อที่เราพบเห็นได้ทั่วไปจนถึงครีมแบรนด์ใหม่ๆที่เกิดขึ้นมาอีกมากมาย วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีสังเกตครีมอันตรายที่หลายๆคนอาจจะไม่รู้ว่าครีมที่ตนใช้อยู่นั้นปนเปื้อนสารเหล่านี้หรือไม่




ครีมอันตรายคืออะไร


- ครีมที่ไม่มี อย. หรืออาจจะมีเลขจดแจ้งที่ทำขึ้นเพื่อให้ตัวครีมดูน่าเชื่อถือเพราะฉะนั้นเราจึงควรเช็คว่าผลิตภัณฑ์นั้นเป็นตัวเดียวกับที่จดแจ้งเลขหรือไม่


- มีสารประกอบครีมเป็นสารที่ อย. สั่งห้ามหรือใส่สารเกินที่ อย. กำหนด ยกตัวอย่างเช่น สารปรอท ไฮโดรควินินใส่สาร สเตียรอยด์ 


- โอ้อวดสรรพคุณของครีมเกินจริง

ไม่มีฉลาก ที่ระบุสถานที่ผลิต ผู้ประกอบการ ส่วนผสม หรือวันเดือนปีหมดอ



วิธีสังเกตครีมเบื้องต้น

- ครีมที่ดีเมื่อทิ้งไว้ต้องไม่มีการแยกชั้นของเนื้อครีม เช่น แยกของเหลวหรือน้ำลอยขึ้นมาชั้นบนออกจากชั้นครีม


- ต้องไม่เปลี่ยนสีในระยะเวลาอันสั้นอย่างน้อย 1-3 เดือน สีของครีมต้องไม่เปลี่ยน


- ไม่เห็นผลการใช้เร็วเกินไป ครีมที่ดีจริงๆ ใช้แล้วผิวของเราจะค่อยๆ ดีขึ้น อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือเป็นปี ตามธรรมชาติผิวที่ควรจะเป็น


- ไม่มีกลิ่นแปลกๆ หรือกลิ่นน้ำหอมฉุนเกินไป เพราะพวกสารเคมีอันตรายมักจะมีกลิ่นแรง ผู้ผลิตจึงต้องใส่น้ำหอมเยอะๆเพื่อดับกลิ่นสารเคมีเหล่านั้น แต่อาจไม่ใช่ว่าครีมที่มีกลิ่นหอมทุกตัวจะไม่ดี ต้องดูปัจจัยอื่นประกอบกันด้วย




สารอันตรายที่มักใส่ลงไปในครีม

ปรอท


ถือเป็นสารต้องห้ามอย. ได้ระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามใส่ลงในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เพราะปรอทเป็นสารโลหะหนักที่มีพิษ แม้จะได้รับเล็กน้อยแต่สารปรอทก็จะสะสมอยู่ในร่างกาย  โดยสารปรอทจะเร่งการผลัดผิวให้ไวขึ้น จึงทำให้สามารถขาวขึ้นภายในระยะเวลาสั้นๆ แต่ผิวจะบางไวต่อแดด ทำให้เกิดฝ้า หน้าดำ คล้ำไหม้ และปรอทเป็นโลหะหนักทำให้ผิวแพ้ง่าย เกิดผื่นแดง หรืออาจร้ายแรงไปจนถึงทำให้ผิวแตก

ผลเสีย ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ตับเป็นพิษ ไตเสีย ระบบประสาทเสื่อมส่งผลต่อเด็กในครรภ์และอาจจะทำให้เด็กพิการได้



วิธีสังเกต ครีมใส่สารปรอท


ทาครีมลงบนท้องแขนเอาพลาสเตอร์ปิดแผลปิดทับครีมที่ต้องการพิสูจนจากนั้นเอาพลาสเตอร์ปิดแผลอีกชิ้นแปะลงบนผิวในบริเวณใกล้เคียงกัน รอเวลาให้ผ่านไป 5 ชั่วโมง ลอกเอาพลาสเตอร์ออกสังเกตดูว่าหากตรงบริเวณที่ทาครีมขาวซีด ผิดปกติกว่าอีกอันอาจเป็นได้ว่าครีมตัวนั้นอาจจะมีสารปรอทอยู่





สารสเตียรอยด์

เป็นสารสังเคราะจาก ฮอร์โมน Cortisol ที่ใช้ในทางการแพทย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและมีฤทธิ์เฉพาะเจาะจงกับบางโรคโดยเฉพาะค่ะ โดยสารสเตียรอยด์ถูกกฎหมายกำหนดให้เป็นยาควบคุมพิเศษ แต่ในด้านความสวยและความงาม สเตียรอยด์จะถูกนำเอามาใช้เรื่องของการรักษาสิว แต่ต้องถูกนำมาใช้โดยหมอที่เชี่ยวชาญทางผิวหนังเพราะคุณหมอจะรู้ว่าต้องจ่ายยาเท่าไหร่ให้คนไข้ ได้รับในปริมาณที่พอดี แต่หากเราไปซื้อครีมมาใช้กันเองเราอาจได้รับสเตียรอยด์าเกินที่กำหนดในตอนแรกสิวอาจจะหายไปแต่เมื่อเราหยุดใช้ครีมเหล่านั้นสิวที่เคยหายอาจจะกลับมาขึ้นหนักกว่าเดิมนอกจากนั้นยังมีผลเสียอื่นๆ ตามมาด้วย

อาการหน้าบาง หลังจากใช้ครีมที่มีสารผสมของสเตียรอยด์ไปสัก 2 – 4 สัปดาห์ สิ่งแรกที่จะเกิดกขึ้นคือ อาการหน้าบาง เป็นอาการที่ผิวหน้าของเราเกิดการสูญเสียกระบวนการผลิตคอลลาเจนไป ทำให้ผิวหน้าบางตัวลง ทำให้เกิดรอยแตกบนผิวหน้าขึ้น และหลังจากผิวหน้าที่เป็นปราการด่านแรกได้ถูกทำลายแล้ว เส้นเลือดที่อยู่ตามผิวหน้าก็จะถูกทำลายเป็นอย่างต่อมา ทำให้เส้นเลือดเกิดความผิดปกติ หน้าดูแดงก่ำตลอดเวลา เกิดเป็นด่างขาวเกิดรอยหลุมสิวและเกิดสิวผดขึ้นเป็นจำนวนมาก

ส่วนทางด้านร่างกายก็อาจเกิดหน้าบวมกลม จากสารเคมีหลังเป็นโหนกกระเพราะอาหารเป็นแผล เกิดภาวะติดเชื้อง่ายๆ




วิธีสังเกตครีมใส่สารสเตียรอยด์


ป้ายครีมลงบริเวณท้องแขน ที่เป็นเนื้ออ่อนแล้วแปะพลาสเตอร์ปิดแผลทับบริเวณที่ทาครีมลงไป จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 6 ชั่วโมงแล้วแกะออก ถ้าแกะมาแล้วผิวขาวซีดกว่าปกติก็อาจเป็นไปได้ว่าครีมมีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์แต่หากยังไม่มั่นใจมีอีกวิธีหนึ่งคือ หาซื้อชุดทดสอบสเตียรอยด์จากร้านเภสัชกร โดยนำครีมที่ต้องการทดสอบหาสารสเตียรอยด์ใส่ลงไปในหลอดทดลอง ตามด้วยสารลายลายที่ให้มาเทใส่ลงไปให้ถึงขีดสีแดงที่กำหนด จากนั้นให้เขย่าให้สารละลายและยาเข้ากัน ทิ้งไว้เพื่อให้ยาตกตะกอน แล้วใช้หลอดดูดดูดน้ำใสๆที่อยู่ด้านบนขึ้นมา หยดลงในเครื่องมือทดสอบประมาณ 2-3 หยด ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที จากนั้นดูผลที่ได้ ถ้าเกิดขีดขึ้นมา 1 ขีด แสดงว่ายาตัวนั้นมีสเตียรอยด์ผสมอยู่ แต่ถ้ามี 2 ขีดแสดงว่าไม่มีสเตียรอยด์ผสมอยู่ เป็นวิธีการทดสอบที่ทำได้ง่ายมาก





ไฮโดรควิโนน


ฝ้ากระหายไว หน้าขาวใส ใน 5 – 7 คือคำโฆษณาชวนเชื่อของครีมส่วนใหญ่ที่มีสารไฮโดรควินิน เพราะ สารไฮโดรควินินเป็นสารเคมีที่ออกฤทธิ์ โดยการยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีของผิวหนัง ที่เราคงจะเคยได้ยินอีกชื่อคือ เมลานิน เมื่อกระบวนการการสร้างเม็ดสีถูกยับยั้งก็จะทำให้ผิวขาวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะใช้ในเรื่องของการรักษาฝ้า โดยสารไฮโดรควินินนั้นมีประโยชน์ในทางการแพทย์จริงเพราะในคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สามารถสั่งจ่ายยาที่มีส่วนประกอบของสารชนิดนี้ได้ แต่ “กฎหมายสั่งห้าม ไม่ให้ใส่สารไฮโดรควินิน ลงในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทั่วไป” เพราะครีมที่ขายทั่วไป จะใส่สารนี้เกินกว่าที่ อย. กำหนดไว้ถึง 3 – 5 % จึงทำให้ผิวขาว ฝ้า รอยดำจากสิวหายไว แต่ผลข้างเคียงจากการใช้สาร ไฮโดรควินิน ในระยะเวลาที่นานไปนั้นเกิดผลเสียมากกว่าผลดี

- เกิดการระคายเคืองบนผิวหนัง 

- เกิดด่างขาวผิวหน้าดำ

- เกิดฝ้าสีน้ำเงินถาวร / โรคผิวหนัง

- เกิดตุ่มนูนสีดำบริเวณที่ทาครีมบ่อยๆ


หากทาครีมที่มีสารไฮโดรควินินแต่ไม่ทากันแดด ฝ้าที่เป็นอยู่ก็อาจจะดำกว่าเดิม เพราะสารตัวนี้ไวต่อแสงมาก

และที่หนักกว่านั้น คือเมื่อใช้ครีมทาฝ้าที่มีส่วนผสมของสารไฮโดรควินินนานเกิน 6 เดือน จะเสี่ยงเป็น มะเร็งผิวหนัง สารตัวนี้ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย จึงควรใช้ตามคำสั่งของหมอที่เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังเพราะหากซื้อมาใช้เองโดยไม่มีแพทย์ให้คำแนะนำอาจจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี




วิธีสังเกต ครีมใส่สาร ไฮโดรควิโนน


ทดสอบด้วยผงซักฟอกวิธีนี้เป็นวิธีทดสอบครีมที่มีส่วนผสมของไฮโดควิโนนแบบง่ายๆ แค่เพียงหา

ผงซักฟอกมาละลายน้ำแบบเข้มข้น จากนั้นก็เอาไปหยดในครีมที่ใช้ แล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงของครีม ถ้าครีมเปลี่ยนสีจากสีขาวเป็นสีน้ำตาลไหม้ หรือเปลี่ยนสีไปจนผิดสังเกตแสดงว่าครีมตัวนั้นอาจมีส่วนผสมของสารอันตรายอย่างไฮโดควิโนนอยู่นั่นเอง









 © 2018 by IC-Laboratories Co.,Ltd. proudly created with Seven Image Co., Ltd.

บริษัท ไอ.ซี. แลบบอราทอรี่ส์ จำกัด

239/44 หมู่ 5 ต.บางเมือง

อ.เมืองสมุทรปราการ

จังหวัด สมุทรปราการ 10270

i.c. Laboratories

239/44 Moo

Subdistrict Bang Muang 

District Muang Samut Prakan

Chang Wat Samut Prakan

10270 Thailand

  • Facebook

Contact Us